ติดผ้าม่านตรงไหนดี? จุดสำคัญในบ้าน พร้อมไอเดียแต่งผ้าม่านสวยหรู

1792127451522 ct5ho181p1u

ในบ้านที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ผ้าม่านมักเป็นงานตกแต่งชิ้นสุดท้ายที่กำหนด Mood & Tone ของบ้าน แล้วยังเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ชัดที่สุดในทุกห้อง การติดผ้าม่านให้ครบทุกจุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือประตูกระจก ล้วนช่วยให้ควบคุมแสงและความร้อนในบ้านได้ดี มีความเป็นส่วนตัว และดูสมบูรณ์อย่างที่บ้านควรเป็น ซึ่งหัวใจสำคัญคือเลือกประเภทม่าน เนื้อผ้า และตำแหน่งรางให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละพื้นที่

ในบทความนี้ LUXÉ DECOR จึงรวบรวมจุดที่ควรให้ความสำคัญ วิธีเลือกผ้าม่านตามประเภทห้อง และไอเดียที่ช่วยยกระดับบ้านของคุณให้ดูหรูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ทำไมการติดผ้าม่านจึงสำคัญกับทุกๆ บ้าน?

ผ้าม่านไม่ได้มีไว้แค่ให้บ้านดูดี แต่มีฟังก์ชันการทำงานในหลายด้าน โดยเฉพาะในเมืองไทยที่แดดแรงเกือบทั้งปี บ้านที่มีหน้าต่างบานใหญ่ เพดานสูง หรือผนังกระจกรับวิว อาจสว่างและโปร่งโล่ง แต่ก็มาพร้อมความร้อน แสงจ้า และความเป็นส่วนตัวที่ลดลง การติดผ้าม่านที่วางแผนมาดีจึงช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้ความสวยงามของสถาปัตยกรรมครบถ้วน โดยไม่ต้องแลกกับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต

  • คุมแสงและความร้อน ถนอมของในบ้าน – ผ้าม่านมีส่วนช่วยลดแสงจ้าและควบคุมความร้อนที่ผ่านกระจก ช่วยให้บ้านเย็นสบาย และแอร์ทำงานไม่หนักเกินไป
  • ปกป้องของมีค่าภายในบ้าน – แสงแดดซ่อนรังสียูวีที่ทำให้ของในบ้านเสื่อมเร็วกว่าที่คิด ผ้าม่านที่บังแดดนั้นจะบรรเทาการซีดจางของเฟอร์นิเจอร์ผ้าหนัง พื้นไม้ พรม และงานศิลปะจากแสงแดด
  • เพิ่มความเป็นส่วนตัว – บดบังสายตาจากคนภายนอก โดยเฉพาะบ้านที่มีผนังกระจกหันเข้าหาถนนหรือบ้านใกล้เคียง
  • ยกระดับความสงบ – ผ้าม่านเนื้อหนาช่วยซับเสียงสะท้อนในห้องที่มีพื้นหินอ่อนหรือผนังกระจก ลดความเหนื่อยล้าในการฟัง และมีส่วนช่วยให้คุณภาพเสียงของทีวีหรือลำโพงมีความคมชัดมากขึ้น
  • เชื่อมงานตกแต่งให้สมบูรณ์ – เมื่อเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีและเนื้อผ้าที่เข้ากับสไตล์การตกแต่ง จะส่งผลให้บรรยากาศของห้องนั้นๆ ลงตัวมากยิ่งขึ้น

จุดสำคัญในบ้านควรติดผ้าม่าน มีตรงไหนบ้าง?

จุดสำคัญที่ควรติดผ้าม่านในบ้านไม่ได้มีเพียงหน้าต่างห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นเท่านั้น ประตูกระจก ช่องทางเชื่อมระหว่างโซน และบันได ก็เป็นตำแหน่งที่ส่งผลต่อความสบายและภาพลักษณ์ของบ้านไม่แพ้กัน โดยมีจุดที่ควรพิจารณา ดังนี้

ห้องนั่งเล่น: พื้นที่แสดงตัวตนของบ้าน

ห้องนั่งเล่นถือเป็นห้องที่มีการใช้งานบ่อยมากที่สุด ทั้งทำกิจกรรมครอบครัวและรับแขก โดยเฉพาะบ้านที่มีหน้าต่างบานใหญ่หรือเพดานสูงแบบ Double Volume ผ้าม่านในจุดนี้จึงต้องทำหน้าที่ทั้งควบคุมแสงและส่งเสริมความโอ่อ่าของพื้นที่

ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการติดผ้าม่านห้องนั่งเล่น:

  • รูปแบบม่านที่หลายคนนิยมคือ ม่านลอน เพราะลักษณะลอนผ้าสม่ำเสมอตลอดผืน เหมาะกับหน้าต่างกว้างและบ้านสไตล์โมเดิร์น
  • ติดผ้าม่านสองชั้น (ม่านทึบและม่านโปร่ง) เพื่อกรองแสงในนุ่มนวลในตอนกลางวัน และปิดทึบเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวในตอนกลางคืน หรือระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ
  • อาจติดรางให้สูงจดฝ้าและปล่อยผ้ายาวจดพื้น เพื่อเน้นความสูงของห้อง

ห้องนอน: เน้นความเป็นส่วนตัวและการบล็อกแสง

ห้องนอนเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อน แน่นอนว่าหลายคนต้องการความมืดและความเป็นส่วนตัวที่สุด ซึ่งแสงมีผลต่อการนอนมากกว่าที่คิด ทั้งไฟถนน แดดยามเช้า หรือแสงไฟจากบ้านข้างๆ ล้วนรบกวนการนอนได้ทั้งนั้น จึงแนะนำให้ผ้าม่านห้องนอนมีคุณสมบัติ เช่น:

  • ใช้ผ้าทึบแสงหรือผ้า Blackout เพื่อป้องกันแสงที่อาจรบกวนการพักผ่อน
  • อาจเลือกม่านจีบที่มีการจับจีบด้านบนสวยงาม ดูหรูหรา ช่วยดูซับเสียงและลดแสงที่ผ่านเข้ามาได้ดี
  • เผื่อความกว้างและความสูงให้เกินขอบหน้าต่าง เพื่อปิดช่องแสงตามขอบ และเพิ่มความสวยงามให้กับผ้าม่านในชุดนั้นๆ
  • เพิ่มผ้าม่านโปร่งอีกชั้น สำหรับช่วงเช้าที่อยากได้แสงนุ่มๆ โดยยังคงความเป็นส่วนตัว
  • หากเป็นห้องนอนเด็กเล็ก แนะนำให้ใช้ผ้าม่านในกลุ่ม Anti-Allergy หรือผ้ากันฝุ่นและไรฝุ่น เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ประตูกระจกและช่องทางเชื่อมระหว่างพื้นที่

การติดผ้าม่านตรงประตู มักถูกมองข้าม ทั้งประตูกระจกบานเลื่อน ประตูบานเฟี้ยม และช่องเปิดออกสวนหรือระเบียง ซึ่งเป็นจุดที่รับแดดและมองเห็นจากภายนอกได้ง่ายที่สุด โดยมีข้อควรคำนึงเบื้องต้น ได้แก่

  • สำหรับประตูบานเลื่อน เลือกม่านที่เก็บผ้าได้ชิดด้านข้าง ไม่กีดขวางทางเดิน เช่น ม่านลอนหรือม่านปรับแสงแนวตั้ง
  • ความยาวผ้าควรเกือบจดพื้น เพื่อไม่ให้ม่านลากพื้นและสกปรกจากการเดินเข้า–ออก
  • ผ้าม่านประตูมักถูกเปิด-ปิดบ่อยกว่าจุดอื่น จึงควรเลือกรางม่านที่ลื่นไหลและแข็งแรง
  • สามารถจัดสัดส่วนทางเชื่อมระหว่างโซน เช่น ห้องครัวกับห้องนั่งเล่นด้วยผ้าม่าน ซึ่งช่วยแบ่งพื้นที่ ลดกลิ่น และกักเก็บความเย็นได้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องติดประตูทึบ

บันไดและโถงสูง

บ้านบางหลังอาจมีบันไดที่ติดกับกระจกบานสูงหรือช่องแสงบนผนัง หรือมีโถงสูงสองชั้น (Double Volume) พร้อมกระจกบานใหญ่ ซึ่งแสงแดดมักส่องเข้ามาในช่วงบ่ายและเป็นจุดที่ความร้อนสะสมในบ้านโดยไม่รู้ตัว การติดผ้าม่านตรงบันได ตอบโจทย์ 2 เรื่องหลัก คือหน้าต่างสูงที่มักอยู่ข้างบันได และการแบ่งพื้นที่ระหว่างชั้น

โดยมีข้อแนะนำเพิ่มเติม ได้แก่:

  • หน้าต่างสูงข้างบันไดอาจเอื้อมถึงยาก สามารถติดตั้งม่านไฟฟ้า เปิด–ปิดได้ด้วยรีโมทได้ง่าย ไม่ต้องปีนบันได
  • ผ้าม่านกั้นบริเวณบันไดช่วยลดการไหลของอากาศเย็นระหว่างชั้น เหมาะกับบ้านที่บันไดเปิดโล่ง
  • สามารถเลือกใช้ผ้าโปร่งยาวพิเศษที่ทิ้งตัวสองชั้น ช่วยสร้างจุดนำสายตาที่สง่างามให้โถงบันได

ห้องรับประทานอาหารและห้องทำงาน

สองห้องนี้มักถูกลืมบ่อยๆ แต่ก็มีเหตุผลที่ควรมีผ้าม่านเช่นกัน ในห้องรับประทานอาหาร ควรพิจารณาแดดมุมต่ำส่องเข้าตาในช่วงเช้าหรือเย็น สามารถผ้าม่านโปร่งเพื่อช่วยกรองแสงให้นุ่มนวลขึ้น

ส่วนห้องทำงานนั้นต้องใช้แสงที่พอดีสำหรับการอ่านและมองจอ แสงสะท้อนบนหน้าจอทำให้สายตาล้า ม่านปรับแสงหรือมู่ลี่สามารถช่วยปรับทิศทางแสงได้ นั่งทำงานนานขึ้นโดยไม่เมื่อยล้าจากแสงส่อง หรือหากประชุมออนไลน์บ่อยๆ ผ้าม่านยังช่วยลดเสียงก้องในห้อง เสียงพูดก็จะชัดขึ้น

การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องแต่ละประเภท

เมื่อรู้แล้วว่าควรติดผ้าม่านตรงไหนบ้าง ขั้นตอนถัดมาคือการเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องแต่ละประเภท เพราะแต่ละพื้นที่มีการใช้งาน ปริมาณแสง และความต้องการไม่เท่ากัน

ห้องนั่งเล่น

  • แนะนำ: ติดตั้งผ้าม่านสองชั้น โดยเลือกใช้ผ้า Dim Out คู่กับผ้าโปร่ง (Sheer)
  • เหตุผล: เพราะห้องนั่งเล่นมีการใช้งานตลอดวันและมักมีหน้าต่างบานใหญ่ การมีผ้าม่านสองชั้นทำให้เลือกได้ว่าจะรับแสงนุ่ม หรือลดแสงเมื่อดูทีวีและรับแขก

สามารถสีเลือกให้เข้ากับโทนหลักของห้อง ถ้าห้องเป็นโทนกลาง เช่น ขาว ครีม เทา ลองใช้ผ้าม่านที่เข้มขึ้นหนึ่งระดับ จะช่วยให้ห้องดูมีมิติขึ้น

หากชอบลุคเรียบหรูแบบเป็นทางการ ม่านจีบเป็นตัวเลือกที่ดี จีบบนม่านทำให้ผนังดูหรูหรา เข้ากับห้องสไตล์ลักชัวรี่ ส่วนใครอยากได้ความทันสมัยและนุ่มนวล ม่านลอนจะดูเรียบง่ายและโมเดิร์นกว่า

ห้องนอน

  • แนะนำ: ติดตั้งผ้าม่านสองชั้น โดยเลือกใช้ผ้า Blackout คู่กับผ้าโปร่ง (Sheer)
  • เหตุผล: เนื้อผ้า Blackout ช่วยให้ห้องมืดสนิทสำหรับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ และหากเป็นผ้าเนื้อหนาก็จะช่วยดูดซับเสียงจากภายนอกได้อีกด้วย

ในส่วนของโทนสีผ้าม่าน สามารถเลือกได้ตามความชอบหรือสไตล์การตกแต่ง ตั้งแต่โทนอบอุ่น เช่น เบจ น้ำตาลอ่อน เทาอมฟ้า หรือเขียวเทา ไปจนถึงสไตล์หรูหราที่เน้นม่านสีกรมท่า สีเทาเข้ม หรือสีดำ

ประตูกระจกบานเลื่อน

  • แนะนำ: ม่านลอนที่ใช้ผ้า Dim Out หรือม่านปรับแสงแนวตั้ง
  • เหตุผล: ประตูเป็นทางเดินที่ใช้บ่อยๆ ม่านทั้งสองแบบสามารถเก็บผ้าได้ชิดด้านข้าง จึงไม่กีดขวางการเดินเข้า–ออก

แนะนำให้เลือกความทึบตามทิศทางแดด เช่น ประตูที่โดนแดดบ่ายควรใช้ผ้า Dim Out เพื่อลดแสงจัด ส่วนประตูที่อยู่ในจุดที่ร่มรื่น การใช้ม่านโปร่ง (Sheer) ก็อาจเพียงพอ

นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงความทนทาน ผ้าควรทำความสะอาดหรือดูแลง่าย ไม่ยับง่าย และมีน้ำหนักพอที่ลมจะไม่พัดปลิว

บันไดและโถงสูง

  • แนะนำ: ม่านระบบไฟฟ้า ใช้ชนิดผ้า Sheer หรือ Dim Out
  • เหตุผล: เพราะหน้าต่างข้างบันไดอาจสูงเกินเอื้อมถึง ระบบไฟฟ้าทำให้เปิด–ปิดได้ปลอดภัยด้วยรีโมท ไม่ต้องใช้บันไดปีน

แนะนำให้เลือกชนิดผ้าที่มีน้ำหนักทิ้งตัวดีและยาวต่อเนื่อง ผ้าผืนยาวทำให้ผนังดูสูง สีควรใกล้กับผนังหรือสีหลักของบ้านเพื่อให้ม่านมีความกลมกลืน

ห้องรับประทานอาหาร

  • แนะนำ: ม่านจีบหรือม่านพับ โดยใช้ชนิดผ้าโปร่งหรือผ้า Dim Out
  • เหตุผล: แสงนุ่มช่วยให้บรรยากาศมื้ออาหารอบอุ่นขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องปิดมืดทึบ

ห้องนี้เหมาะกับผ้าที่กรองแสงและดูแลง่าย เพราะอยู่ใกล้ครัว ซึ่งอาจโดนกลิ่นอาหารหรือไอน้ำมัน ผ้ากึ่งโปร่งหรือผ้าที่มีคุณสมบัติกันคราบ ช่วยให้ทำความสะอาดคราบได้ง่ายขึ้นและไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น

ห้องทำงาน

  • แนะนำ: ม่านม้วนหรือมู่ลี่
  • เหตุผล: แสงแดดที่ตกกระทบจอทำให้ปวดตาและทำงานได้ไม่นาน มู่ลี่สามารถปรับทิศทางแสงได้ละเอียด ส่วนม่านม้วนนั้นช่วยกรองแสงได้ทั้งบาน อีกทั้งยังใช้พื้นที่น้อย ดูเรียบร้อย

ถ้าห้องมีหน้าต่างหลายบานหรือเจอแดดแรง อาจลองเปลี่ยนเป็นผ้าม่านที่ช่วยลดความร้อนจะทำให้ห้องเย็นลงและช่วยประหยัดไฟ

นอกจากแนวทางของแต่ละห้องข้างต้น ควรพิจารณาอีก 4 ปัจจัยก่อนตัดสินใจ

  1. ทิศแดด – ห้องทิศตะวันตกและทิศใต้รับแดดแรง ควรเลือกผ้าที่กันแสงและความร้อนได้มากขึ้น
  2. การใช้งานจริง – ห้องที่เปิดปิดม่านบ่อยควรใช้รางคุณภาพสูงหรือระบบไฟฟ้า
  3. สไตล์บ้าน – บ้านโมเดิร์นอาจเหมาะกับม่านลอนที่เรียบและมินิมอล ส่วนบ้านคลาสสิกเข้ากับม่านจีบที่มีรอยพับเต็มผืนมากกว่า
  4. การดูแลรักษา – เลือกผ้าม่านที่ถอดซักง่ายหรือผ้ากันฝุ่น โดยเฉพาะห้องที่เปิดแอร์เกือบตลอดวัน

ไอเดียผ้าม่านสวยหรู ยกระดับบ้านให้ดูลักชัวรี่ยิ่งขึ้น

ผ้าม่านบ้านหรูไม่ได้เกิดจาก “ราคา” เพียงอย่างเดียว แต่มาจากสัดส่วน การติดตั้ง และรายละเอียดงานตัดเย็บที่ประณีต มาลองสำรวจไอเดียที่ช่วยให้ได้ผ้าม่านสวยหรูที่เข้ากับบ้าน ดังนี้

ติดรางชิดฝ้า ปล่อยผ้ายาวจดพื้น

เทคนิคนี้ง่ายที่สุดและเห็นผลที่สุด แทนที่จะติดรางเหนือกรอบหน้าต่างนิดเดียว ให้ติดรางชิดฝ้าเพดาน แล้วปล่อยผ้าลงมายาวจดพื้นหรือสูงกว่าพื้นเล็กน้อย สายตาจะถูกดึงขึ้นไปถึงเพดาน ห้องก็ดูสูงและโปร่งขึ้นทันที ต่อให้เพดานไม่สูงมากก็ตาม เมื่อเปิดม่าน ผ้าจะรวบไปอยู่นอกกระจก ไม่บดบังวิว และความยาวผ้าที่จดพื้นพอดีจะทิ้งตัวสวยสง่างาม

วิธีนี้ยังช่วยให้หน้าต่างบานเล็กดูใหญ่ขึ้น เพราะม่านที่กว้างเลยกรอบทั้งสองข้างสร้างภาพลวงตาว่าหน้าต่างกว้างกว่าของจริง

ซ่อนรางด้วยกล่องปิดราง เพื่อลุคที่เรียบหรู

ใครที่อยากให้ผ้าม่านดูเหมือนห้อยลงมาจากเพดานตรงๆ ลองใช้กล่องปิดรางหรือบังราง (Pelmet หรือ Curtain Box) ซ่อนรางและอุปกรณ์ด้านบนไว้ เหลือไว้แต่ผืนผ้าสะอาดตา ไม่มีรางโผล่ให้เห็น

กล่องปิดรางยังช่วยป้องกันแสงรั่วจากด้านบนของม่าน ซึ่งสำคัญกับห้องนอนที่ต้องการความมืด และทำให้ลุคโดยรวมเรียบเนียน เหมาะกับบ้านโมเดิร์นหรือมินิมอล

เลเยอร์ ผ้าทึบกับผ้าโปร่ง

การติดผ้าม่านสองชั้นไม่เพียงเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังสร้างมิติให้หน้าต่าง ผ้าโปร่งชั้นในกรองแสงให้นุ่มนวล ส่วนผ้าทึบชั้นนอกเพิ่มความหนักแน่นและสีสัน

เคล็ดลับคือเลือกผ้าที่มีเนื้อสัมผัสต่างกันแต่โทนสีใกล้เคียงกัน เช่น ผ้าโปร่งขาวนวลกับผ้าทึบสีเทาอ่อน หรือผ้าโปร่งสีทรายกับผ้าทึบน้ำตาลเข้ม จะกลมกลืนไม่ขัดตา ถ้าอยากให้เด่น ลองใช้ผ้าโปร่งที่มีลายทอหรือปักเบาๆ จะเป็นประกายเวลาโดนแสง

เลือกผ้าเนื้อดีและใส่ใจงานตัดเย็บ

ความหรูของผ้าม่านมาจากเนื้อผ้าและงานตัดเย็บมากกว่าที่คนคิด ผ้าดีจะทิ้งตัวสวย ไม่ยับง่าย สีไม่ซีดเร็ว และดูมีน้ำหนักตอนแขวน ยกตัวอย่างชนิดผ้าที่น่าสนใจ เช่น

  • ผ้ากำมะหยี่ (Velvet): มีน้ำหนักและเงานุ่ม เหมาะกับห้องนอนและห้องนั่งเล่นสไตล์คลาสสิก
  • ผ้าลินินและผ้าเนื้อธรรมชาติ: ให้ผิวสัมผัสสวย เข้ากับบ้านโมเดิร์นและรีสอร์ท
  • ผ้าแจ็คเกอร์ด (Jacquard): ทอลายในเนื้อผ้า ให้ความหรูหราแบบไม่ต้องพึ่งลายพิมพ์

งานตัดเย็บก็สำคัญไม่แพ้กัน ความกว้างของผ้าควรเป็นประมาณ 2.5 เท่าของความกว้างราง เพื่อให้ได้ลอนหรือจีบเต็มสวย ถ้าผ้าน้อยเกินไป ม่านจะตึงและแบน ไม่หรูอย่างที่ตั้งใจ นอกจากนี้ ควรใส่ใจถึงรายละเอียดผ้าซับใน การถ่วงชายผ้า และการเก็บขอบที่เนี๊ยบ

ม่านไฟฟ้า เชื่อมต่อสมาร์ทโฮม

สำหรับบ้านหรูที่มีหน้าต่างจำนวนมากหรือผ้าม่านที่สูงเกินเอื้อมถึง ม่านไฟฟ้าเป็นอีกสิ่งที่น่าลงทุน เพราะสามารถเปิด-ปิดม่านด้วยรีโมต สวิตช์ หรือแอปในสมาร์ทโฟน บางระบบยังสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดตามช่วงของวันได้อัตโนมัติ

ข้อดีที่เห็นชัดคือความสะดวก โดยเฉพาะม่านที่กว้างมากหรือสูงมาก เช่น ม่านในโถงสองชั้นหรือหน้าบานกระจกใหญ่ ซึ่งดึงด้วยมือได้ลำบาก

อีกข้อคือความสวยงาม เพราะไม่มีสายดึงหรือไม้รูดห้อย ลุคเลยสะอาดตา พอรวมกับการติดตั้งรางชิดฝ้าหรือซ่อนรางในกล่อง ผลที่ได้คือผ้าม่านที่ดูเหมือนในโรงแรมหรู แต่อยู่ในบ้านคุณเอง

1792127470710 ih3w2d50bwg

สรุป ติดผ้าม่านตรงไหนดี? การติดผ้าม่านให้ครบทุกจุดไม่ได้แปลว่าต้องซื้อม่านเยอะ แต่ต้องรู้ว่าแต่ละจุดในบ้านมีปัญหาอะไร เช่น แดดแรง สายตาภายนอก หรือห้องที่ยังดูโล่ง แล้วเลือกม่านให้ตรงกับปัญหานั้นๆ

หากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากห้องไหน ลองเดินสำรวจภายในบ้าน แล้วเริ่มจากจุดที่แดดแรงหรือจุดที่คนนอกมองเห็นเยอะที่สุด หลังจากนั้นจึงปรับเปลี่ยนตามงบประมาณและความต้องการ

สำหรับเจ้าของบ้านท่านใดที่ต้องการใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินหน้างานจริง สามารถปรึกษาทีมงาน LUXÉ DECOR ได้ทันที

บริการออกแบบและติดตั้งผ้าม่านครบวงจรจาก LUXÉ DECOR

ผ้าม่านที่สวยและใช้งานได้ดีในบ้านระดับพรีเมียม ต้องเริ่มจากการวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้น LUXÉ DECOR ในฐานะร้านผ้าม่านและผู้ให้บริการติดตั้งผ้าม่านครบวงจร ยินดีดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์บ้าน ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย ผ่าน 5 ขั้นตอนง่ายๆ

  1. ติดต่อสอบถามและนัดหมายวัดพื้นที่
  2. วัดพื้นที่ ประเมินราคา และให้คำปรึกษา ทีมงานนำเสนอรูปแบบผ้าม่าน แนะนำชนิดผ้า และตำแหน่งรางที่เหมาะกับแต่ละห้อง
  3. จัดส่งใบเสนอราคา ให้พิจารณารายละเอียด
  4. ยืนยันงาน ด้วยการโอนเงินมัดจำ และนัดหมายวันติดตั้ง
  5. ติดตั้งงาน โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่ติดตั้ง

ทุกงานมาพร้อมการรับประกันงานติดตั้ง 1 ปีเต็ม ไม่ว่าคุณกำลังตกแต่งบ้านหลังใหม่ รีโนเวทบ้านเดิม หรือต้องการเปลี่ยนผ้าม่านทั้งหลัง ทีมงาน LUXÉ DECOR พร้อมช่วยให้หน้าต่างทุกบานของบ้านสะท้อนสไตล์และความสบายได้อย่างลงตัว

สามารถติดต่อปรึกษา สอบถามราคาผ้าม่าน หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทาง

LINE Official: @LUXEDECOR

โทร.: 098-289-5159

LUXE DÉCOR ผู้ให้บริการงานผ้าม่านครบวงจร