การเลือกสีวอลเปเปอร์และผ้าม่านให้ลงตัวกับทุกห้องในบ้าน


บ้านที่สวยงามไม่ได้เกิดจากการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กชิ้นใหญ่เท่านั้น แต่เกิดจากการออกแบบที่มีความลงตัวและกลมกลืน ซึ่งรวมไปถึงการเลือกสีวอลเปเปอร์และผ้าม่านที่เข้ากัน ที่จะทำให้บ้านมีบรรยากาศที่สวยงามและน่าอยู่ ในบทความนี้ LUXE DÉCOR จะมาแนะนำเทคนิคการเลือกสีวอลเปเปอร์และผ้าม่านให้เข้ากันอย่างลงตัว เพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้านที่สมบูรณ์และตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย

 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกสีวอลเปเปอร์และผ้าม่าน

การเลือกสีวอลเปเปอร์ที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับห้อง ซึ่งควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 

โทนสีและผลต่ออารมณ์ 

อันดับแรก วอลเปเปอร์และผ้าม่านแต่ละโทนสีสามารถสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันภายในห้อง โดยมีโทนสีที่เป็นที่นิยมได้แก่

  1. โทนสีร้อน (Warm Color) – เช่น แดง ส้ม เหลือง ให้ความรู้สึกอบอุ่น และมีชีวิตชีวา เป็นโทนสีที่เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องรับประทานอาหาร แต่อาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนบ้าง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน สำหรับใครที่ชื่นชอบสีโทนนี้ อาจเลือกตกแต่งเพียงบางส่วนของผนังเพื่อสร้างจุดเด่น โดยไม่ทำให้ห้องดูอึดอัดจนเกินไป
  2. โทนสีเย็น (Cold Color) – เช่น เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เหมาะกับห้องที่ใช้พักผ่อน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ โดยโทนสีเย็นมักช่วยสร้างบรรยากาศที่เย็นสบาย และทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น 
  3. โทนสีเดียว (Monotone) – การใช้สีหลักสีเดียวแต่มีหลายเฉดทั้งเข้มและอ่อน เช่น ตกแต่งห้องด้วยโทนสีดำ และติดตั้งผ้าม่านกันแสงสีเทาอ่อน จะสามารถช่วยให้ภายในห้องดูเรียบง่ายแต่มีมิติ อบอุ่น และโรแมนติกมากขึ้น เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความสงบและความเป็นเอกภาพ  เช่น ห้องนอน Master Bedroom หรือห้อง Home Theater สำหรับดูหนังหรือซีรีส์
  4. โทนสีกลาง (Neutral Color) – เช่น สีขาว สีครีม สีเทา สีน้ำตาล มีความเรียบง่าย มีความเป็นธรรมชาติ สามารถเข้ากับเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบอื่นๆ ในห้องได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสไตล์มินิมอลหรือสแกนดิเนเวียน นอกจากนี้ยังช่วยให้ห้องดูสะอาดตา และเป็นพื้นฐานที่ดีในการเพิ่มเติมสีสันด้วยเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งสีอื่นๆ
  5. สีตรงกันข้าม (Contrast) – เช่น แดง-เขียว ส้ม-ฟ้า หรือเหลือง-ม่วง สีตรงกันข้ามสามารถสร้างความน่าสนใจและความโดดเด่นให้กับห้อง อย่างไรก็ตามต้องใช้ในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ห้องดูรกตาได้

 

ลวดลายและขนาดห้อง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ลวดลายและขนาดของห้อง โดยแม้ขนาดห้องจะไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่หากมีการลดหรือเพิ่มลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะวอลเปเปอร์ ก็อาจส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกที่มีต่อขนาดห้อง ดังนี้

  1. วอลเปเปอร์ลายใหญ่ – แม้จะสวยงามโดดเด่น แต่ลวดลายขนาดใหญ่อาจทำให้ห้องดูเล็กหรือแคบลง จึงไม่เหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กเป็นทุนเดิม ซึ่งหากชอบลายใหญ่ ควรตกแต่งไว้บนผนังฝั่งเดียวเพื่อสร้างจุดเด่น เช่น ผนังหัวเตียง หรือผนังหลังโซฟา อีกทั้ง ลวดลายใหญ่ยังช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดและอบอุ่นได้ดี
  2. วอลเปเปอร์ลายเล็ก – ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น เหมาะกับห้องขนาดใหญ่ที่มีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว เช่น ห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in ที่ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของห้อง อีกทั้งลวดลายขนาดเล็กยังช่วยให้ห้องดูเป็นระเบียบและไม่ดูรกตา ทำให้สามารถรวมเข้ากับองค์ประกอบอื่นๆ ในห้องได้อย่างกลมกลืน
  3. วอลเปเปอร์ลายทางหรือลายเส้น – ลายทางแนวตั้งช่วยให้ห้องที่มีเพดานต่ำดูสูงขึ้น ในขณะที่ลายทางแนวนอนอาจช่วยให้ห้องแคบดูกว้างขึ้น การเลือกลายทางให้เหมาะสมกับพื้นที่จะช่วยปรับสัดส่วนของห้องให้สมดุลยิ่งขึ้น

 

แสงสว่างในห้อง

แสงสว่างภายในห้องช่วงกลางวันนั้นมีผลต่อการมองเห็นสีและลวดลายของวอลเปเปอร์อย่างมาก โดยห้องได้รับแสงแดดธรรมชาติมาก สามารถเลือกใช้สีสันได้หลากหลาย ทั้งสีเข้มและสีโทนเย็น รวมถึงลวดลายเล็กๆ ซึ่งจะปรากฏให้เห็นชัดเจน ส่งผลให้ห้องดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ส่วนห้องที่มักได้รับแสงธรรมชาติน้อย แนะนำให้เลือกใช้สีโทนสว่าง หรือผ้าม่านที่มีความมันวาว เพื่อช่วยเพิ่มการสะท้อนแสง ซึ่งจะทำให้ห้องดูสว่างและกว้างขวางมากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงสีเข้มที่อาจทำให้ห้องดูทึบและอึดอัด

 

แนะนำเทคนิคการเลือกสีวอลเปเปอร์และผ้าม่านให้เหมาะกับความต้องการ

สำหรับใครที่มีแผนรีโนเวทและตกแต่งห้องใหม่ กำลังปลูกบ้าน หรือกำลังมองหาไอเดียตกแต่งห้อง เรามีแนวทางการเลือกสีวอลเปเปอร์และผ้าม่านมาฝาก ดังนี้

1. ประยุกต์ใช้ทฤษฎีสีเพื่อการจับคู่ที่ลงตัว  

ทฤษฎีสี (Color Theory) คือ ทฤษฎีที่อธิบายเกี่ยวกับการผสมสีจากแม่สีเพื่อให้ได้สีต่างๆ รวมถึงการจับคู่สีอย่างลงตัวและความหมายของสี ดังนั้น เราสามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีดังกล่าวในการตกแต่งห้องเบื้องต้นได้ เช่น 

  • จับคู่แบบสีเดียวกัน (Monochromatic): เลือกผ้าม่านที่มีโทนสีใกล้เคียงกับวอลเปเปอร์ แต่อาจมีความเข้มอ่อนแตกต่างกัน เพื่อสร้างความกลมกลืนและเอกภาพให้กับห้อง
  • จับคู่แบบโทนใกล้เคียง (Analogous): เลือกผ้าม่านที่มีสีอยู่ใกล้กับสีของวอลเปเปอร์ในวงล้อสี เช่น ผ้าม่านสีฟ้ากับวอลเปเปอร์สีน้ำเงิน หรือสีเขียวอมเหลืองคู่กับสีม่วงอมแดง เพื่อสร้างความกลมกลืนแต่ยังมีความน่าสนใจ
  • จับคู่แบบตัดกัน (Complementary Colors): เลือกผ้าม่านที่มีสีตรงข้ามกับวอลเปเปอร์ในวงล้อสี เช่น ผ้าม่านสีแดงกับวอลเปเปอร์สีเขียว เพื่อสร้างความโดดเด่นและมีชีวิตชีวา
  • ใช้หลักการ 60-30-10: ให้วอลเปเปอร์เป็น 60% ของสีในห้อง ผ้าม่านเป็น 30% และอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ เป็น 10% เพื่อสร้างสมดุลที่ดูลงตัว

2. พิจารณาลวดลายควบคู่กับสี

เชื่อว่าหลายคนอาจตกแต่งสีห้องด้วยการทาสีหรือติดวอลเปเปอร์ไปก่อนแล้ว จึงทำการเลือกผ้าม่านในภายหลัง หากอยู่ในสถานการณ์เช่นกัน ก็สามารถเลือกผ้าม่านรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมความสวยงามได้ ดังนี้

  • วอลเปเปอร์ที่มีลวดลาย – เช่นรูปทรงเรขาคณิตขนาดใหญ่ ลายรูปภาพ หรือสไตล์ไทยที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์และสีสันที่โดดเด่น แนะนำให้ติดตั้งผ้าม่านแบบเรียบง่าย ไม่มีลวดลาย จะช่วยให้ลวดลายของวอลเปเปอร์เด่นชัดมากขึ้น
  • วอลเปเปอร์เรียบกับผ้าม่านมีลาย –  ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้อง โดยเลือกลวดลายที่มีสีพื้นใกล้เคียงกับสีของวอลเปเปอร์
  • ผสมผสานลวดลายขนาดต่างๆ – หากต้องการใช้ทั้งวอลเปเปอร์และผ้าม่านที่มีลวดลาย ควรเลือกลวดลายที่มีขนาดต่างกัน เช่น วอลเปเปอร์ลายเล็กคู่กับผ้าม่านลายใหญ่ โดยคงโทนสีให้ไปในทิศทางเดียวกัน
  • จับคู่ลวดลายเยอะกับลวดลายน้อย – หากวอลเปเปอร์หรือผ้าม่านที่มีลวดลายที่หนาแน่นมาก ควรจับคู่กับลวดลายที่โปร่งกว่า เพื่อให้ตาได้พัก และไม่รู้สึกหนักจนเกินไป

3. คำนึงถึงขนาดและสัดส่วนของห้อง

  • ห้องขนาดเล็ก – ควรเลือกวอลเปเปอร์และผ้าม่านโทนสีอ่อน ลวดลายเล็ก หรือไม่มีลวดลาย เพื่อให้ห้องดูกว้างและโปร่ง นอกจากนี้ผ้าม่านโปร่งแสงจะช่วยให้แสงธรรมชาติที่เข้ามามีความนุ่มนวลมากขึ้น
  • ห้องขนาดใหญ่ – สามารถใช้วอลเปเปอร์สีเข้มหรือลวดลายใหญ่ได้ คู่กับผ้าม่านที่มีรายละเอียดมากขึ้น หรือมีการตกแต่งพิเศษ เพื่อสร้างความอบอุ่นและความน่าสนใจ
  • เพดานสูง –  การเลือกผ้าม่านยาวจรดพื้นจะช่วยเน้นความสูงของเพดาน ในขณะที่วอลเปเปอร์ลายทางแนวนอนอาจช่วยให้ห้องดูสมดุลมากขึ้น
  • เพดานต่ำ – วอลเปเปอร์ลายทางแนวตั้งและผ้าม่านที่ติดตั้งสูงกว่าขอบหน้าต่างจะช่วยให้เพดานดูสูงขึ้น

4. ปรับตามแสงในห้องและทิศทางของห้อง

  • ห้องที่มีแสงธรรมชาติมาก (ทิศใต้หรือทิศตะวันตก)
    • สามารถใช้วอลเปเปอร์ได้ทั้งสีอ่อนและสีเข้ม โดยสีจะปรากฏใกล้เคียงกับสีจริง
    • ผ้าม่านควรมีความหนาพอสมควรหรือเป็นผ้าม่านกันแสงแบบ Dimout เพื่อควบคุมแสงและป้องกันความร้อน โดยเฉพาะในห้องนอน
  • ห้องที่มีแสงธรรมชาติน้อย (ทิศเหนือหรือทิศตะวันออก)
    • วอลเปเปอร์ควรเป็นสีสว่างหรือมีความมันวาว เพื่อช่วยสะท้อนแสง
    • ผ้าม่านควรเป็นแบบโปร่งแสงหรือบางเบา ในโทนสีอบอุ่น เช่น สีครีม สีเบจ เพื่อให้แสงผ่านเข้ามาได้มากขึ้นแต่ยังเพิ่มความอบอุ่นให้กับห้อง

5. เลือกตามประเภทห้อง

หากไม่แน่ใจว่าอยากจะเลือกสีและลวดลายของผ้าม่านแบบไหนดี เจ้าของบ้านสามารถเลือกปรับเปลี่ยนตามฟังก์ชันการใช้งานหรือประเภทของห้องนั้นๆ ได้เช่นกัน โดยมีหลักการเลือกและจับคู่ผ้าม่านและวอลเปเปอร์เบื้องต้น ดังนี้

ห้องนอน

  • วอลเปเปอร์ – ควรเลือกโทนสีที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น สีฟ้าอ่อน สีเขียวมินต์ สีเทาอ่อน หรือสีม่วงลาเวนเดอร์
  • ผ้าม่าน – ควรเป็นแบบทึบแสง เพื่อป้องกันแสงรบกวนการนอน สีควรสอดคล้องหรือเสริมกับสีของวอลเปเปอร์
  • การจับคู่ – หากวอลเปเปอร์มีลวดลาย เช่น ลายดอกไม้หรือลวดลายเรขาคณิต ควรเลือกผ้าม่านสีเรียบที่ดึงสีใดสีหนึ่งจากลวดลายมาใช้

ห้องนั่งเล่น

  • วอลเปเปอร์ – เลือกสีที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง เช่น สีเบจ สีครีม หรือสีเอิร์ธโทน
  • ผ้าม่าน – ควรมีความยืดหยุ่นในการปรับแสงอย่างการใช้ม่านสองชั้น (ม่านทึบคู่กับม่านโปร่ง) 
  • การจับคู่ –  ห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่แสดงตัวตนและรสนิยม เจ้าของบ้านสามารถเล่นกับการตัดกันของสีหรือลวดลายได้มากกว่าห้องอื่น เช่น วอลเปเปอร์สีเทาอาจจับคู่กับผ้าม่านสีเหลืองสดเพื่อสร้างจุดเด่น

ห้องทำงาน

  • วอลเปเปอร์ – เลือกสีที่ช่วยเสริมสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ เช่น สีเขียว สีฟ้า หรือสีเทา
  • ผ้าม่าน – ควรเป็นแบบโปร่งแสงหรือสามารถปรับระดับแสงได้ง่าย เช่น ม่านม้วนหรือมู่ลี่
  • การจับคู่ – เน้นความเรียบง่าย ไม่รกตา เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิ โดยอาจใช้วอลเปเปอร์และผ้าม่านโทนสีใกล้เคียงกันแต่มีความเข้ม-อ่อนต่างกันเล็กน้อย

ห้องครัว

  • วอลเปเปอร์ – ควรเลือกชนิดที่ทำความสะอาดง่ายและทนต่อความชื้น และมีสีสดใส
  • ม่านหน้าต่าง – แนะนำให้ใช้มู่ลี่หรือม่านม้วนแทนผ้าม่านแบบผืน เนื่องจากทำความสะอาดง่ายและไม่ดูดซับกลิ่น
  • การจับคู่ – ห้องครัวควรเน้นความสะอาดและใช้งานสะดวก วอลเปเปอร์อาจมีลวดลายสดใส ส่วนมู่ลี่ควรเป็นสีเรียบที่เข้ากับสีหลักในครัว เช่น สีของตู้ หรือเคาน์เตอร์ เป็นต้น

 

6. จับคู่วอลเปเปอร์และผ้าม่านตามสไตล์การตกแต่ง

สำหรับใครที่ต้องการจัดแต่งบ้านตามสไตล์ที่ชัดเจน ก็สามารถเลือกผ้าม่านและวอลเปเปอร์ให้เป็นไปตามสไตล์ที่ชื่นชอบได้ เช่น 

  • สไตล์มินิมอล: เน้นวอลเปเปอร์สีขาวหรือสีเทาอ่อนคู่กับผ้าม่านสีใกล้เคียงกันหรือเข้มกว่าเล็กน้อย เน้นความเรียบง่ายและสะอาดตา
  • สไตล์สแกนดิเนเวียน: วอลเปเปอร์สีขาว สีเทาอ่อน หรือสีพาสเทล คู่กับผ้าม่านที่ทำจากผ้าลินินหรือผ้าฝ้ายในโทนสีธรรมชาติ เช่น สีเบจ หรือสีเทา
  • สไตล์ร่วมสมัย: วอลเปเปอร์ลายเรขาคณิตหรือลายนามธรรม คู่กับผ้าม่านสีเรียบที่ดึงสีหนึ่งจากลวดลายมาใช้
  • สไตล์คลาสสิก: วอลเปเปอร์ลายดอกไม้หรือลายดามาสก์ คู่กับผ้าม่านผ้าหนาในโทนสีที่เข้ากัน เช่น วอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีฟ้ากับผ้าม่านสีฟ้าเข้ม

การเลือกสีวอลเปเปอร์และผ้าม่านให้เกิดความลงตัวต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องสี ลวดลาย และรูปแบบพื้นที่ใช้สอยนั้นๆ รวมถึงการพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ ตั้งแต่ขนาดไปจนถึงแสงสว่างภายในห้อง ประกอบกับขอคำปรึกษาจากร้านผ้าม่านที่มีความเชี่ยวชาญ เมื่อเลือกได้อย่างเหมาะสม ทั้งผ้าม่านและวอลเปเปอร์จะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน สร้างบรรยากาศที่สวยงามและเป็นเอกภาพให้กับบ้านของคุณ

 

บริการติดตั้งผ้าม่านและวอลเปเปอร์จาก LUXE DÉCOR

บริษัท LUXE DÉCOR คือ ผู้ให้บริการงานติดตั้งผ้าม่าน มู่ลี่ ม่านไฟฟ้า และวอลเปเปอร์ครบวงจร จำหน่ายผ้าม่านกันแสงชนิดต่างๆ รวมถึงมู่ลี่ผลิตจากวัสดุคุณภาพดีเยี่ยม พร้อมให้คำแนะนำกับลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวัดพื้นที่ การวัดขนาดผ้าม่าน/มู่ลี่ การเลือกชนิดผ้าม่าน ไปจนถึงการออกแบบลวดลายผ้าม่านและมู่ลี่ให้เหมาะสมกับสถานที่และการติดตั้ง ดูรายละเอียดประเภทผ้าม่านเพิ่มเติม คลิก

เรายังมีบริการออกแบบและติดตั้งวอลเปเปอร์ สำหรับติดผนังที่มีคุณภาพระดับสากล คัดสรรจากผู้ผลิตจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้วอลเปเปอร์ของเรามีความพิเศษไม่ซ้ำใคร คือ

  • พรีเมียมวอลเปเปอร์ (Premium Wallpaper) ลวดลายสวยงามและหลากหลายให้เลือกสรร
  • มีบริการวอลเปเปอร์สั่งพิมพ์ Custom Wallpaper สามารถเลือกลายที่ชอบเพื่อจัดทำเป็นลาย Wallpaper ที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครได้ 

อีกทั้งยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และการรับประกันงานบริการถึง 1 ปีเต็ม

หากสนใจ สามารถสอบถามราคาผ้าม่าน วอลเปเปอร์ หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทาง

LINE Official: @LUXEDECOR

โทร.: 098-289-5159

LUXE DÉCOR ผู้ให้บริการงานผ้าม่านครบวงจร